blog home  start your own blog 
Username:
Password:
Remember me
Power by SoftGanz.
About blog
- introduction
- blog help
Previous Posts
-
-
-
-
-
-
-
-
-
Blog Title
- jang
- me
- ทำบุญอย่างไรได้ไปสวรรค์
- เทวภูมิ สวรรค์ ทั้ง 6
- ทฤษฎีความเชื่อ ของพระพุทธเจ้า (หลักกาลามสูตร)
- คนไทย ร่วมรับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
- water car รถยนต์พลังงานน้ำ
- AnGer
- AnGer
- คนอยากเขียน
- islamicid
- pp
- Anthropological Ismai
- aaaa
- S R G
- boonchok
- Traveling in southern Thailand
- การท่องเที่ยวเพื่อการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำผาดำ
- วิเคราะห์โดย ยรรยง สินธุ์งาม
- kung
- จิตวิญญาณ
- friday memory
- friday memory
- Ariyathep
- dear walailak university
- anchana
- mobile
- bong
- say....
- tops
- car fever
- kitten in the city
- sunsat
- rin
- umk
- umk
- Google Adsense ขุมทรัพย์ออนไลน์
- ardesigns
- ardesigns
- ardesigns
- Thanatrakul
- boonsuk-1
- boonsuk
- computer(คอมพิวเตอร์)blog
- computer(คอมพิวเตอร์)blog
- bmp.5.49
- suphan
- เรื่องลึกลับ
- เรื่องไม่เป็นเรื่อง
- veevoishi20.net
- l3:LQG==>ไดร์อารี่
- #วันที่ 10 ธค 48#
- lll·•:★:•๏:+:·Indii ·:+:๏:llll
- movieontour
- msmith
- Wow
- darkmaster
- make money free
- หาเงิน 15,000 จาก Blog....Free Free Free
- Ryohibiki
- My First Site
- auttaponk.sns
- kinginterdee
- 365036
- warin
- golden moon
- คือฉัน..วันนี้
- เวบบล็อกเพื่อประชาสัมพันธ์มัสยิด
- Nakhon Nayok Witthayakhom [ M.5/6 ]
- พลังชีวิต กำลังใจ
- Love me Love my Pae
- panda
- ramdamnoen
- Learntogether
- confesshome
- 007
- Dhanapon
- Weather Man
- ในทัศนะของข้าพเจ้า
- ค้นคว้าธรรมชาติ จิตวิญญาณ โลกาภิวัตน์
- baipor
- ถามมา - ตอบไป
- infantry15
- GIS_Infantry4
- JeReMy! FaNcLuB
- สูอนาคต
- t_pracha
- phayakhan
- สุภาพบุรุษเสี่ยว
- เฉพาะกิจ น้ำท่วม 48
- ยินดีต้อนรับ
- papakpao
- ton
- น้ำใส.ใจสวย..มันก็เท่านั้นเอง
- OH
- ทรัพยากรมนุษย์
- Recon
- montree007x
- artmed
- สังคม คุณธรรม ความพอเพียง
- regahu
- regahu
- iii!!!||raïnïng Blog||!!!iii
- kurenai
- ไตรภาคีร่วมพัฒนาสุขภาพชุมชน
- harrypotter
- etc.
- Small World...Serious Thing
- ไม่เป็นเรื่อง...แต่ละวัน
- chaithep
- DONNA
- yanac
- Short Story/ Literature/ Music/ What ever you want it to be!
- Just NoBody
- Test
- Autonomy of the Suppressed
- ....!!GoZZip!!....
- peter1960
- Neodonut
- อาหารหมักของประเทศไทย
- test
- Miracle blog
- baramos
- )))) FaN CluB BaRaMoS NS ((((
- กรณีตึกไอที มอ. หาดใหญ่
- bayoor
- ++!!WeLcOmE tO yAiBa WeBsItE kA!!++
- Diana
- KnightOfLaw
- AMICIZIA
- Tiny Tiger
- ลานดิน ถิ่นปัญญา
- Secretz Blog
- Magic in my little world
- Would You Be Happier
- All about Me
- beeboyd's
- jurerat
- Because I think therefore I am
- sant
- ความต้องการที่ขัดแย้ง
- PSU_ENG22
- ทดลองใช้blog
- attitude
- Dialogs with Muslim Friends
- Izano Blog
- การเคลื่อนไหวหลังกรณีตากใบ
- river of dream
- อันเนื่องมาจากกระทู้ "ทรงผม หูขาด และระเบียบ" สะท้อนอะไรในระบบโรงเรียน
- science blog
- โจทย์น่าคิด
- Blog's news
Archives
By Date
By Title
By Category
By Popularity
By Luck
- มิถุนายน 2551 (7 topics)
- พฤษภาคม 2551 (1 topics)
- เมษายน 2551 (1 topics)
- กุมภาพันธ์ 2551 (1 topics)
- มกราคม 2551 (2 topics)
- ธันวาคม 2550 (11 topics)
- ตุลาคม 2550 (3 topics)

27 มิถุนายน 2551 19:10:37

ฉกามาพจร  สวรรค์ 6 ชั้น   ( เทวภูมิ ทั้ง 6 ) 
                                                                                                                                                        โดย  ยรรยง  สินธุ์งาม )
                สวรรค์  หรือ เทวโลก เทวภูมิ  หมายถึง โลกที่เป็นที่อยู่ของเทวดา มี ๖ ชั้น เรียกว่า ฉกามาพจร ซึ่งหมายถึง ภพภูมิหกชั้น ที่ยังอยู่ในวังวนของ กามตัณหา ยังมีความอยาก ความใคร่ เป็นแรงขับ ยังมีการเกิด การแตกดับ เหมือนกับโลกมนุษย์ ถึงแม้ว่า เหล่าเทพทั้งหลายจะมีกาย ละเอียดเป็นทิพย์

                ๑. สวรรค์ชั้นจาตุมหาราชิกา สวรรค์ชั้นต่ำสุด ตั้งอยู่เหนือจอมเขายุคันธร ซึ่งเป็นภูเขาที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ อยู่สูงกว่าแผ่นดินขึ้นไปเบื้องบน ๓๒๖,๐๐๐,๐๐๐ วา คิดเป็นโยชน์ได้ ๔๖,๐๐๐ โยชน์
(มาตราวัดความยาวของไทย ; 8 ปรมาณู เป็น 1 อณู 5 อณู เป็น 1 ธุลี 8 ธุลี เป็น 1 เส้นผม
8 เส้นผม เป็น 1 ไข่เหา 8 ไข่เหา เป็น 1 ตัวเหา 8 ตัวเหา เป็น 1 เม็ดข้าว 8 เม็ดข้าว เป็น 1 นิ้ว
12 นิ้ว เป็น 1 คืบ 2 คืบ เป็น 1 ศอก 4 ศอก เป็น 1 วา 20 วา เป็น 1 เส้น 400 เส้น เป็น 1 โยชน์ ; อ้างอิง วิถีพีเดีย
สารานุกรมเสรี ) อยากรู้ ว่า หน่วยที่เป็น วา จะเป็นกี่เมตร ให้เทียบดังนี้ ๑ วา เท่ากับ ๒ เมตร ก็ให้เอา ๒ คูณ
จำนวนที่ได้ก็จะออกมาเป็น เมตร อยากรู้ว่า หน่วยที่เป็น โยชน์ จะเป็นกี่เมตร ให้เทียบดังนี้ ๑ โยชน์ จะเท่ากับ ๔๐๐ เส้น x ๔๐ เมตร เท่ากับ ๑๖,๐๐๐ เมตร ก็ให้เอา ๑๖,๐๐๐ เมตร คูณ จำนวนที่ได้ก็จะออกมาเป็น เมตร

                สวรรค์ชั้นนี้ มีเมือง ๔ เมือง มีความกว้างยาวเท่ากัน คือ ๔๐๐,๐๐๐ วา กำแพงล้อมรอบประกอบด้วยแก้ว ๗ ประการ สูง ๘,๐๐๐ วา บานประตูทำด้วยแก้ว มีปราสาททองอยู่เหนือประตูทุกด้าน แผ่นดินเป็นแผ่นดินทองคำ แวววาวงดงาม ราบเรียบเหมือนหน้ากลอง เหมือนปูด้วยผ้า แก้วที่ประดับพื้นนั้นถ้าเหยียบลงไปก็อ่อนนุ่มยุบลงเล็กน้อย แล้วก็เต็มขึ้นมาเหมือนเดิม ไม่ปรากฏรอยเท้าที่เหยียบ น้ำใสยิ่งกว่าแก้ว มีดอกบัว ๕ ชนิดบานสะพรั่ง (บัว ๕ ชนิด (species) ซึ่งประกอบด้วย ๙ พันธุ์ (variety)


                ๑.ชนิดบัวหลวง (Nelumbo nucifera) ๓ พันธุ์ คือ บัวหลวงขาว (บุณฑริก) บัวหลวงชมพู (ปัทมา) และ บัวหลวงชมพูซ้อนทรงป้อม (สัตตบงกช) 


                ๒.ชนิดบัวสาย (Nymphaea lotus var. pubescens) ๓ พันธุ์ คือ บัวสายแดง (รัตอุบล,สัตตบรรณ)
บัวสายชมพู (ลินจง) บัวสายขาว (เศวตอุบล,โกมุท,กมุท,กุมุท)
                ๓.บัวสุทธาสิโนบล (Nymphaea capensis var. zanzibariensis)


                ๔.บัวเผื่อน (Nymphaea nouchali)
                ๕.บัววิกตอเรีย (Victoria amazonica) (งานวิจัย การศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของบัวบางชนิดในประเทศไทย , จารีย์ หอยทอง , มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สาขาพฤกษศาสตร์  : บัวทั้ง ๕ ชนิด  กระผม  ลองค้นดูสายพันธุ์บัวที่ปรากฎในโลกมนุษย์  ซึ่งก็ไม่รู้ว่าบนสวรรค์ชั้นดังกล่าว จะมีตามที่ว่าไว้หรือไม่ ก็ลองเผยแพร่ไว้ ถ้าใครมีข้อมูล เป็นอย่างอื่น ก็ขอให้นำมาแลกเปลี่ยนกัน แต่จากที่เผยแพร่ไว้ทางอินเตอร์เน็ต ก็หลายเดือนแล้ว ยังไม่มีใครแลกเปลี่ยนความรู้ในเรื่องดังกล่าว แม้แต่ เทวดา ในชั้นจาตุเอง ก็ยังไม่ได้มาบอกกล่าวแต่อย่างไร ก็ถือซะว่า ข้อมูลข้างต้นน่าจะใช้ได้ นะครับ )
                น้ำในสระ มีกลิ่นหอมราวกับอบไว้ มีดอกไม้ต้นไม้งามเลิศ มีผลไม้รสอร่อย ออกดอกผลตลอดทั้งปี
เทพยดา ในสวรรค์ชั้นนี้มีอาหารทิพย์ อาหารแห้ง หายเข้าสู่ร่างกาย ไม่มีกากมูลอุจจาระ ปัสสาวะ ไม่เจ็บป่วย อยู่กับครอบครัวลูกเมียเป็นสุขสบาย เทพยดานั้นจะย่อตัวขยายตัวได้ตลอด รูปโฉมโนมพรรณจะสดใสเป็นหนุ่มสาวอยู่ราว ๑๖ ปีตลอด ร่างกายบริสุทธิ์สะอาดหอมอยู่ตลอดเวลา ปราศจากมลทินใดๆ
จาตุมหาราชิกา มีเทพยดาผู้เป็นใหญ่ คือ พระยาจตุโลกบาล ปกครองเหล่าเทพยดา ครุฑ นาค และยักษ์ทั้งหลาย คือ


                ๑. ท้าวธตรัฏฐ์ อยู่ทางทิศตะวันออกของเขาสุเมรุ เป็นผู้ปกครอง คันธัพพเทวดา (คนธรรพ์ เทพที่
ชำนาญการดนตรี )
                ๒. ท้าววิรุฬหก อยู่ทางทิศใต้ของเขาสุเมรุ เป็นผู้ปกครอง กุมภัณฑ์เทวดา
                ๓. ท้าววิรูปักข์ อยู่ทางทิศตะวันตกของเขาสุเมรุ เป็นผู้ปกครอง นาคเทวดา
                ๔. ท้าวกุเวร หรือ ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวไพรศรพณ์ อยู่ทางทิศเหนือของเขาสุเมรุ เป็นผู้ปกครอง ยักขเทวดา ภูติ ผี ปิศาจ


                ตามที่ศึกษาจากพระไตรปิฎก พบว่า ท้าวจตุโลกบาล ทั้ง 4 จะเสด็จมายังโลกมนุษย์ พร้อม ไพร่พลทุกวันพระ  เพื่อมาตรวจสอบ เก็บบันทึก  การทำความดี ความชั่ว ของมนุษย์โลก ในการนี้ พระภูมิ  เจ้าที่  ตามสถานที่ต่างๆ บนโลก จะเป็นผู้จดบันทึก และนำบันทึกในแต่ละรอบ มอบให้ ท้าวจตุโลกบาล  ซึ่งจะนำกลับไปอ่านป่าวประกาศให้ ผู้ที่อยู่ภพสวรรค์ ได้รับรู้ ถ้ากล่าวถึงผู้ที่ ทำความดี เหล่าเทวดา ก็จะสาธุ แซ่ซ้องสรรเสริญ  ถ้าในช่วงที่กล่าวถึง ผู้ทำความชั่ว เหล่าเทวดาก็จะตำหนิ และเสียใจ ที่มนุษย์โลกมีจิตที่เป็นอกุศล


รายชื่อผู้ทำความชั่ว ก็จะถูกส่งให้ กับ พระยายมบาล เป็นเช่นนี้อยู่ร่ำไป  (ในการวิจัยเกี่ยวกับวิญญาณ ในแง่มุมวิทยาศาสตร์ ของข้าพเจ้า  เมื่อ วันที่ 14  ธันวาคม  2550  ถ่ายภาพได้ เทวดาที่น่าจะเป็น เหล่าทหารของ ท้าวเวสสุวรรณ  ซึ่งในโอกาสต่อไปคงจะได้นำมาเผยแพร่ ให้ได้ชมกัน   )  
อายุเทวดาชั้น ที่ ๑   จาตุมหาราชิกา


                ๕๐  ปีของพวกมนุษย์    เป็นวันและคืนหนึ่ง  ในชั้นจาตุมหาราชิกา,    ๓๐  โดยวันและคืนนั้นเป็นหนึ่งเดือน,    ๑๒  เดือนโดยเดือนนั้น เป็น ๑ ปี,  ๕๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นประมาณอายุของเทวดาพวก


จาตุมหาราชิกา   นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ ๙ ล้านปี


( ข้อที่ ๑๒๖  ปริจเฉทที่ ๕   วิถีมุตตสังคหวิภาค )



๒. สวรรค์ชั้นดาวดึงษ์ เป็นสวรรค์ชั้นที่อยู่เหนือจาตุมหาราชิกาขึ้นไปอีก ๓๓๖,๐๐๐,๐๐๐ วา อยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ เป็นที่อยู่ของ พระอินทร์ สวรรค์ชั้นนี้ มีอาณาเขตกว้าง ๘,๐๐๐,๐๐๐ วา มีเมืองชื่อไตรตรึงษ์ มีประตู ๑,๐๐๐ ประตู มีกำแพงแก้วล้อมเมือง ทุกประตูมียอดปราสาทแก้วงดงามวิจิตรพิสดารเวลาเปิดปิดประตู จะมีเสียงดังไพเราะราวกับดนตรี กลางนครไตรตรึงษ์ มีไพชยนต์ปราสาท สูง ๒๕,๖๐๐,๐๐๐ วา งดงามด้วยแก้ว ๙ ประการ เป็นที่ประทับของพระอินทร์
                ทิศตะวันออก มีสวนทิพย์ ชื่อ นิภาวัน มีอาณาเขต ๘๐๐,๐๐๐ วา มีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีปราสาทแก้วเหนือประตูทุกประตู มีอุทยาน ซึ่งมีสมบัติทิพย์ ต้นโสออกดอกมาก มีสระใหญ่ชื่อ นันทาโบกขรณีน้ำใสเหมือนแก้วอิภานิล (สีฟ้าเข้ม) มีแท่นแก้ว ๒ แท่น ชื่อ นันทปริฐิปาสาณ และ จุลนันทาปริฐิปาสาณ แผ่นหินแก้วมีรัศมีรุ่งเรือง เวลาจับต้องจะนุ่มราวกับแผ่นหนัง
                ทิศใต้ มีอุทยาน ผารุสกวัน (ปารุสกวัน) อาณาเขต ๕,๖๐๐,๐๐๐ วา มีกำแพงแก้วและปราสาทเหนือประตู มีสระใหญ่ชื่อ ภัทรโบกขรณี สุภัทราโบกขรณี ริมฝั่งสระมีหินแก้ว ๒ ก้อน ชื่อเดียวกับสระ หินอ่อนนุ่ม
                ทิศตะวันตก มีอุทยานจิตรลดา อาณาเขต ๔๐๐,๐๐๐ วา มีสระ จิตรลดาโบกขรณี และ จุลจิตรลดาโบกขรณี มีแผ่นหินแก้ว ชื่อ จิตรปาสาณ
                ทิศเหนือ มีอุทยานใหญ่มิสกวัน ต้นไม้ดอกไม้งดงามราวกับตกแต่งไว้ มีกำแพงแก้วและยอดปราสาททุกประตู อาณาเขต ๔๐,๐๐๐ วา มีสาระใหญ่ชื่อ ธรรมาโบกขรณี และ สุธรรมาโบกขรณี แผ่นหินแก้วชื่อ ธรรมาปริฐิปาสาณ และ สุธรรมาปริฐิปาสาณ
                ทิศตะวันออก มีสวนใหญ่ ชื่อ มหาพน กำแพงล้อมรอบเป็นทองคำ มีปราสาทแก้วเหนือประตู อาณาเขต ๖๐๐,๐๐๐ วา มีปราสาททองคำ สวนมหาวัน สวนนันทวัน มีแท่นแก้ว กลดแก้วกางเหนือแท่นมีรถไพชยนต์ มีม้าแก้วเทียมรถทองคำ มีสร้อยมุกดาประดับพร้อมมาลัยดอกไม้ทิพย์ เวลาลมพัดได้ยินเสียงราวฆ้องกลองแตรสังข์ที่เทวดาบรรเลงในชั้นฟ้า
                ที่เขาพระสุเมรุ มีช้างทรงของพระอินทร์ ชื่อช้างเอราวัณ สูง ๑,๒๐๐,๐๐๐ วา มีเศียร ๓๓ เศียร เมื่อเวลาพระอินทร์จะประทับ ช้างจะเนรมิตกายสูงใหญ่ บนเศียรมีวิมาน มีปราสาท มีอุทยาน มีนางฟ้าร่ายรำ ช้าง ๓๓ เศียร มีงา ๒๓๑ งา สระ ๑,๖๑๗ สระ กอบัว ๑๑,๓๑๙ กอ ดอกบัว ๗๙,๒๓๓ ดอก ๕๕๔,๖๓๑ กลีบ นางฟ้าร่ายรำ ๓,๘๘๒,๔๑๗ นาง บริวารอีก ๒๗,๑๗๖,๙๑๙ นาง ( อีก ๓๒ เศียร จะเป็นที่ประทับ ของ เทพ ที่มีศักดิ์ระดับเดียวกับ พระอินทร์  แต่ไม่ใช่ ผู้ปกครองสวรรค์  ซึ่งก็จะมีวิมาน รวมทั้งเหล่า ไพร่ฟ้า บริวาร เหมือนๆ กัน   )
                ในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์นี้ยังมีคำอธิบายความงามมหัศจรรย์พันลึกมาก เช่น มีสระ มีพระจุฬามณีเจดีย์ มีต้นปาริชาต (ดอกทองหลาง) ๑๐๐ ปี ดอกจึงจะบาน ดอกที่บานมีแสงสว่างรุ่งเรืองแผ่รัศมีไปไกลถึง ๘๐๐,๐๐๐ วา
อายุเทวดาชั้น ที่ ๒  ดาวดึงส์


                ๑๐๐  ปีของพวกมนุษย์  เป็นวันและคืนหนึ่งในชั้นดาวดึงส์, ๓๐ โดยวันและคืนนั้นเป็น ๑ เดือน,  ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑  ปี,    ,๐๐๐  ปีทิพย์โดยปีนั้น    เป็นประมาณอายุของพวกเทวดาชั้นดาวดึงส์ ฯ นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ ๓ โกฏิ ๖ ล้านปี


( ข้อที่ ๑๒๖  ปริจเฉทที่ ๕   วิถีมุตตสังคหวิภาค )


 


                ๓. สวรรค์ชั้นยามา สูงขึ้นไปจากดาวดึงส์ ๖๗๐,๐๐๐,๐๐๐ วา หรือ ๘๔,๐๐๐ โยชน์ มีปราสาทแก้ว ปราสาททองเป็นวิมาน กำแพงแก้วล้อมรอบ มีอุทยานแก้ว สระโบกขรณี เทวดาในชั้นนี้มีหน้าตารุ่งเรือง กายสูง ๘,๐๐๐ วา ผู้เป็นใหญ่คือ ท้าวสยามเทวราช ไม่มีแสงอาทิตย์เพราะอยู่สูงมาก เทวดามองเห็นสรรพสิ่งได้ด้วยแสงรัศมีจากแก้วทั้งหลาย และรัศมีกายของเทวดาเอง จะรู้ว่าเช้าหรือค่ำ ดูได้จากดอกไม้ทิพย์ ถ้าเห็นดอกไม้บาน คือรุ่งเช้า ถ้าหุบเป็นเวลากลางคืน


อายุเทวดาชั้น ที่ ๓  ยามา


                ๒๐๐  ปีของพวกมนุษย์  เป็นวันและคืนหนึ่งในชั้นยามา,  ๓๐ โดยวันและคืนนั้นเป็น ๑ เดือน,   ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี,   ,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น เป็นประมาณอายุของเทวดาพวกยามา ฯ   นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ ๑๔ โกฏิ ๔ ล้านปี ฯ


   (อังคุตตรนิกาย อัฏฐกนิบาต  วิตถตสูตร ข้อที่ ๑๓๒)



                ๔. สวรรค์ชั้นดุสิต สูงขึ้นไปจากยามา ๑,๓๔๔,๐๐๐,๐๐๐ วา หรือ ๑๖๘,๐๐๐ โยชน์ มีปราสาทแก้ว ปราสาททองเป็นวิมาน กำแพงแก้วล้อมรอบ มีความกว้างและสูงกว่าในสวรรค์ชั้นยามา มีสระ สวนสนุกยิ่งใหญ่งดงามรื่นรมย์เหมือนสวรรค์ชั้นอื่นๆ ผู้เป็นใหญ่ชื่อ พระสันดุสิตเทพยราช เทพยดาในชั้นนี้ รู้บุญ รู้ธรรม พระโพธิสัตว์ก่อนเสด็จมาเป็นพระพุทธเจ้าก็สถิตสร้างสมบารมีในชั้นฟ้านี้


อายุเทวดาชั้น ที่ ๔  ดุสิต


                ๔๐๐  ปีของพวกมนุษย์    เป็นวันและคืนหนึ่งในชั้นดุสิต, ๓๐ โดยวันและคืนนั้นเป็น ๑ เดือน,  ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑  ปี,    ,๐๐๐  ปีทิพย์โดยปีนั้น  เป็นประมาณอายุของเทวดาพวกดุสิต ฯ  นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ ๕๗ โกฏิ  ๖ ล้านปี


(อภิธัมมัตถสังคหะ  ภาคผนวก   ๑๒๗)



                ๕. สวรรค์ชั้นนิมมานนรดี สูงขึ้นไปอีก ๒,๖๘๘,๐๐๐,๐๐๐ วา หรือ ๓๓๖,๐๐๐ โยชน์ มีสิ่งอำนวยความสุขเหมือนทุกชั้น มีความงดงามยิ่งขึ้นไปอีก เทพยดาในชั้นนี้มีความสุขสมบูรณ์มาก ปรารถนาสิ่งใดจะเนรมิตได้ตามความพอใจ มี ท้าวสุนิมมิต เป็นจอมเทพ
อายุเทวดาชั้น ที่ ๕  นิมมานรดี


                ๘๐๐ ปีของพวกมนุษย์  เป็นวันและคืนหนึ่งในชั้นนิมมานรดี, ๓๐ โดยวันและคืนนั้นเป็น ๑ เดือน,   ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น ๑ ปี,    ,๐๐๐ ปีทิพย์โดยปีนั้น  เป็นประมาณอายุของเทวดาพวก


นิมมานรดี      นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ  ๒๓๐  โกฏิ  ๔ ล้านปี


(อภิธัมมัตถสังคหะ  ภาคผนวก   ๑๒๗)



                ๖. สวรรค์ชั้นปรนิมิตวสวัตตี เป็นสวรรค์ชั้นสูงสุด ประเสริฐด้วยสุขสมบัติยิ่งกว่าชั้นฟ้าทั้งหลาย หากปรารถนาสิ่งใด เช่น อาหารทิพย์ ก็จะมีเทพยดาองค์อื่นคอยเนรมิตให้ทุกประการ
สวรรค์ชั้นนี้ มีผู้เป็นใหญ่ ๒ องค์ คือ   ปรนิมิตวสวัตตีเทวราช เป็นใหญ่ฝ่ายเทพยดา และ
พระยามาราธิราช เป็นใหญ่ฝ่ายมาร  ซึ่ง พระยามาร  ท่านนี้ได้เคย ยกกองทัพ เข้า ท้าสู้รบ กับ พระพุทธเจ้า


เมื่อครั้นอดีต จนเป็นที่มาของ พระพุทธรูปปาง มารวิชัย หรือ ปางผจญมาร ดังปรากฎในปัจจุบัน  การพ่ายแพ้ในครั้งนั้น ทำให้ พระยามาร ซาบซึ้งในรสพระธรรม จึง ปวรณาตน ปรารถนาเพื่อตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า ในอนาคตกาล  คำกล่าวที่ว่า “ นะโม ” ซึ่งแปลว่า  “ขอนอบน้อม  (ยอมแล้ว)”  เป็นคำกล่าว ของพระยายักษ์ ผู้นี้ 
อายุเทวดาชั้น ที่ ๖  ปรนิมมิตวสวัตตี


                ,๖๐๐ ปีของพวกมนุษย์  เป็นวันและคืนหนึ่งในชั้นปรนิมมิตวสวัตตี,  ๓๐ โดยวันและคืนนั้นเป็น


๑ เดือน,  ๑๒ เดือนโดยเดือนนั้นเป็น    ปี,    ๑๖,๐๐๐  ปีทิพย์โดยปีนั้น  เป็นประมาณอายุของเทวดาพวก


ปรนิมมิตวสวัตตี    นับปีของมนุษย์ได้ประมาณ ๙๒๑ โกฏิ  ๖ ล้านปี


(อภิธัมมัตถสังคหะ  ภาคผนวก   ๑๒๗)



การสิ้นชีวิต (หมดบุญ) ของเทวดา มี ๔ อย่าง


๑. อายุขัย ได้แก่ สิ้นชีวิตตามอายุในชั้นฟ้านั้น


๒. บุญญขัย สิ้นบุญก่อนถึงกำหนดอายุขัยในชั้นฟ้านั้น อาจจะเนื่องมาจาก มี กรรมดำ ที่ทำไว้ใน  


        อดีตมาตัดรอน
๓. อาหารขัย สิ้นชีวิตเพราะสนุกจนลืมกินอาหาร ลืมกินอาหารเพียงเพลาเดียว ก็สิ้นบุญ
๔. โกธาพละ สิ้นชีวิตเพราะความโกรธ ซึ่งหัวใจจะกลายเป็นไฟ เผาไหม้ตนเอง


ก่อนเทพยดาจะไปจุติ (ไปเกิดใหม่) จะมีนิมิต ๕ ประการ คือ


                ๑. เห็นดอกไม้ในวิมานของตนเหี่ยวและไม่หอม
                ๒. ผ้าทรง (เครื่องนุ่งห่ม) ดูหม่นหมอง
                ๓. อยู่ไม่มีความสุข มีเหงื่อไคลไหล ออกจากรักแร้
                ๔. อาสนะ(ที่นั่ง)ร้อนและแข็งกระด้าง
                ๕. กายของเทวดา นั้นเหี่ยวแห้ง เศร้าหมอง ไม่มีรัศมี

                เรื่องสวรรค์เป็นเรื่องของความจริง  ซึ่งด้วยกาลเวลาที่ผันผ่าน จึงเป็นเพียงความเชื่อ ซึ่งคนโบราณมุ่งจะปลูกฝังสั่งสอนให้คนประพฤติดี ประพฤติชอบ ไม่กระทำบาป คือ ละความโลภ ละความโกรธ ละความหลง เพื่อให้ได้เป็นเทวดาเสวยสุขสมบัติ  (แต่ ณ วันเวลานี้  จากการศึกษา เกี่ยวกับวิญญาณ ในแง่มุมวิทยาศาสตร์ ของผม ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ 2528 จนถึงปัจจุบัน จากข้อมูลที่ได้ ทำให้กล้าที่จะสรุปว่า ภพสวรรค์ มีจริง ดังบันทึกไวในพระไตรปิฎก ซึ่งการเผยแพร่ผลงานวิจัยดังกล่าว จะมีขึ้นในไม่ช้านี้  )


รวบรวมโดย อ.ยรรยง สินธุ์งาม  หอศิลป์มหาเวทย์

post by ยรรยง สินธุ์งาม @19:10:37 | 164 views | read | 0 comments |  post comment



25 มิถุนายน 2551 22:00:16

ทฤษฎีความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  หลักกาลามสูตร  ( เกสปุตติยสูตร )


                                                                                                        เรียบเรียง : ยรรยง สินธุ์งาม


 


                เป็นหลักการแห่งความเชื่อ หรือ ทฤษฎี ความเชื่อ  ของ พระพุทธเจ้า  ที่ท่านให้ใช้การพินิจพิจารณาด้วยปัญญา แล้วจึงค่อยตัดสินใจเชื่อ   กาลามสูตร (กาลามสูตร เรียกอีกอย่างว่า เกสปุตติยสูตร หรือ เกสปุตตสูตร) สูตรหนึ่งในคัมภีร์ติกนิบาต อังคุตตรนิกาย  พระพุทธเจ้าได้ตรัสสอน ชาวกาลามะ แห่งเกสปุตตนิคม ในแคว้นโกมล ประเทศอินเดีย  ไม่ให้เชื่องมงายไร้เหตุผล ซึ่งมี หลักการ  10 ข้อ ดังนี้
1. มา อนุสสะเวนะ    อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการฟังบอกตามๆ กันมา  เช่น การเล่าข่าว ไม่ว่าทางวิทยุ โทรทัศน์
หนังสือพิมพ์ อินเตอร์เน็ต SMS หรือ อื่นๆ
2. มา ปรัมปรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการถือสืบ  กันมาอย่างปรัมปรา  เช่น ความเชื่อทั้งหลาย ที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ซึ่ง ต้องใช้การพิจารณาด้วยปัญญาให้ถ่องแท้ ถ้าหากจะนำไป ประมวลเป็นองค์ความรู้
3. มา อิติกิรายะ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการเล่าลือ  เช่น ข่าวลือ ทั้งหลาย
4. มา ปิฎกสัมปะทาเนนะ   อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอ้างตำราหรือคัมภีร์ คำว่า ปิฎก ในที่นี้ก็คือ สิ่งที่เรา
เรียกว่าตำรา สำหรับพระพุทธศาสนา ก็คือ บันทึกคำสอนที่เขียนไว้ในใบลาน เอามารวมกันไว้เป็นชุดๆ เรียก ไตรปิฎก  แม้แต่ในบันทึกทางศาสนา ก็ยังต้องใช้ การพิจารณาไตร่ตรองด้วยปัญญา ก่อนจะปลงใจเชื่อ
5. มา ตักกะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยตรรกะ  ด้วยการใคร่ครวญตามวิธีที่เรียกว่า ตรรกะ เพราะว่าตรรกะก็ยังผิดได้ ในเมื่อเหตุผลหรือวิธีใช้เหตุผลมันผิดอยู่
6. มา นะยะเหตุ  อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการอนุมาน


ด้วยเหตุผลว่าสมเหตุสมผลทางนัยยะ
7. มา อาการะปะริวิตักเกนะ อย่าปลงใจเชื่อ ด้วยการคิดตรองตามแนวเหตุผล


ด้วยการตรึกเอาตามอาการ คือ ตามความคุ้นเคย  ที่เรียกกันว่า common sense  หรือ สามัญสำนึก
8. มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา  อย่าปลงใจเชื่อ เพราะเข้ากันได้กับทฤษฎีของตน


อย่าได้รับเอาเพราะว่าสิ่งนั้น ทนได้ต่อการเพ่งด้วยทิฏฐิของตน ตัวเองมีความเห็นอย่างไร ถ้าเขามาสอนด้วย คำสอนชนิดที่เข้ากันได้กับความเห็นของตัวเอง ก็อย่าเพิ่งถือเอาว่าสิ่งนั้นถูก เพราะว่าทิฏฐิของตัวเอง ก็ผิดได้
9. มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะมองเห็นรูปลักษณะน่าเชื่อ


เพราะเหตุว่าผู้พูดมีลักษณะ น่าเชื่อถือ มีคำพูด มีลักษณะท่าทางที่น่าเชื่อ
10. มา สัมโณ โน คะรูติ อย่าปลงใจเชื่อ เพราะนับถือว่า ท่านนี้เป็นครูของเรา 


แม้ว่าผู้นั้นจะเป็นครูของเรา ก็ไม่ให้เชื่อ  พระพุทธเจ้า ท่านไม่ให้เชื่อ แม้ว่า เป็นคำสอนของท่าน


                ท่านให้ใช้ปัญญา ไตร่ตรอง ลองทำ ลองปฏิบัติ เมื่อได้ผลจริง จึง เชื่อ ถือ เอาตามนั้น  


อ้างอิง :


 พระธรรมปิฎก,พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  , พ.ศ. 2546. หน้า 232
พระธรรมปิฎก , พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ , สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, พ.ศ. 2546. หน้า 13
วรภัทร์ ภู่เจริญ, ดร., คิดอย่างเป็นระบบ และ เทคนิคการแก้ปัญหา,  สำนักพิมพ์ อริยชน , หน้า 190-191


http://www.easyinsurance4u.com/buddha4u/kalamasutta.htm

post by ยรรยง สินธุ์งาม @22:00:16 | 175 views | read | 0 comments |  post comment



25 มิถุนายน 2551 20:31:50

คนไทยร่วมรับรางวัลโนเบล  สาขาสันติภาพ


   เรียบเรียง : ยรรยง  สินธุ์งาม


                                     


           ขอแสดงความยินดี กับ  รศ.ดร.ประวีร์ วิชชุลตา ภาควิชาสัตวบาล   คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่ได้รับ “ประกาศเกียรติคุณ”จาก IPCC (Inter-governmental Panel on Climate Change) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2531 โดยความร่วมมือของ United Nations Environmental Programme (UNEP) และ World Meteorological Organization (WMO) สำหรับการร่วมปฏิบัติภารกิจในการรวบรวมข้อมูลทางด้านวิทยาศาสตร์ นำเสนอ และให้ข้อเสนอแนะแก่ประเทศสมาชิกเกี่ยวกับปัญหาและแนวทางการลดปัญหาการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกของโลกจากกิจกรรมต่างๆ ทั้งด้านการเกษตร อุตสาหกรรม พื้นที่ชายฝั่ง ฯลฯ โดยเฉพาะการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกทางด้านปศุสัตว์ จนผลดำเนินงานขององค์กรดังกล่าวเป็นที่ประจักษ์ ยอมรับ และได้รับการคัดเลือกให้รับ “รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ” ของประเทศสวีเดน สำหรับปี พ.ศ. 2550 (30 เมษายน, 2551)


                เป็นความภาคภูมิใจของประเทศชาติ ที่ นักวิทยาศาสตร์ไทย ได้เป็นส่วนหนึ่ง ของรางวัล ระดับโลก


เห็นข่าวนี้  อดไม่ได้ จึงขอร่วมเผยแพร่และร่วมภาคภูมิใจ กับ รศ.ดร.ประวีร์ วิชชุลตา  รวมไปถึง ภาควิชาสัตวบาล  คณะเกษตร และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  ขอให้มีผลงานดีๆออกมาสู่สังคมอีก นะครับ .


                   


ที่อยู่ : ภาควิชาสัตวบาล คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  
เลขที่ 50 ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
โทรศัพท์ 0-2579-1120 โทรสาร 0-279-1120             


 


ขอบคุณข้อมูล จาก :


 


micro.sci.ku.ac.th/board/index.php?showtopic=277


ansc.agr.ku.ac.th/initialpage.htm


ansc.agr.ku.ac.th/staff.html

post by ยรรยง สินธุ์งาม @20:31:50 | 261 views | read | 2 comments |  post comment



25 มิถุนายน 2551 18:12:31

รถยนต์พลังงานน้ำ    ( Water car )   ปฏิวัติสู่ยุคพลังงานสะอาด





ยรรยง  สินธุ์งาม



 



                วันนี้ ราคาน้ำมัน ดีเซล อยู่ที่ ลิตรละ 42.40  บาท  เบนซิน 41.55 บาท  แก็สโซฮอล์  37.95 บาทราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับขึ้นทุกวัน คาดการณ์กันว่า คงจะไปถึง ลิตรละ 50 บาทในไม่ช้า



                เมื่อ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัทในญี่ปุ่นชื่อว่า Genepax เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบที่สามารถวิ่งได้ด้วยการ ใช้ “น้ำ” และ “อากาศ”  แทนน้ำมันเชื้อเพลิง



                หลักการของระบบการทำงาน คือ Water Engery System(WES) เป็นระบบเซลเชื้อเพลิง ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าให้กับรถยนต์ด้วยการส่งผ่านน้ำ และอากาศเข้าไปยังขั้วไฟฟ้า ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ชื่อว่า  Membrane Electrode Assembly (MEA) เซลเชื้อเพลิงนี้ มีวัสดุพิเศษที่สามารถแยกน้ำออกเป็นก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนได้ด้วยปฏิกิริยาเคมี ทาง บริษัทคาดว่า เทคโนโลยีนี้จะสามารถผลิตไฮโดรเจนจากน้ำ เพื่อนำไปใช้สร้างเป็นพลังงานไฟฟ้าได้นานกว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน จุดเด่นที่เหนือกว่าก็คือ เทคโนโลยี WES ไม่ต้องมีการใช้ถังไฮโดรเจนที่รองรับแรงดันสูง หรือตัวเร่งปฏิกิริยาแต่อย่างใด  เซลไฟฟ้าแต่ละชั้นของ Genepax จะให้กำลังไฟฟ้าได้ 120 วัตต์ ซึ่งเมื่อใช้ทั้งระบบ จะให้กำลังไฟฟ้าได้สูงถึง 300 วัตต์ และเป้าหมายต่อไปก็คือ ระบบที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1 กิโลวัตต์ เพื่อไว้ใช้กับรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ต้นทุนในการผลิตเครื่องยนต์พลังน้ำสำหรับรถยนต์ของต้นแบบที่เห็นในข่าวนี้อยู่ที่ประมาณสองล้านเยน หรือ 620,000 บาท  ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถผลิตได้ในราคา 500,000 เยน หรือประมาณ 155,000 บาท ถ้าผลิตในเชิงพานิชย์ ราคาจะถูกกว่านี้  



    รถยนต์ใช้น้ำ คิดค้นมานาน แต่ ถูกอิทธิพล ห้ามจำหน่าย



     เมื่อ 11 พฤษภาคม  2544  (May 11th 2000) บริษัท BMW ได้ทดสอบ



      รถต้นแบบ BMW 750hL  ที่ใช้น้ำเปล่า แทนน้ำมันเชื้อเพลิง  ทำการทดลองวิ่ง ที่ กรุงเบอร์ลิน  เยอรมันนี ระยะทาง มากกว่า 1 แสน กิโลเมตร โดยไม่พบปัญหาใดๆ และจะไปทำการทดลอง ในอีก 5 เมือง คือ  ดูไบ  , บรัสเซล , มิลาน , โตเกียว และ ลอสแองเจอลิส   ซึ่งรถยนต์ดังกล่าว ใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.4 ลิตร  12 สูบ  เร่งความเร็ว จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 9.6 วินาที  ความเร็วสูงสุด 226 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ถัง ไฮโดรเจน 140 ลิตร ได้ระยะทางประมาณ  350 กิโลเมตร ( http://www.bmwworld.com/models/750hl.htm )  จากการโปรโมต อีกไม่กี่เดือน ทางบริษัท จะวางจำหน่าย  เป็นที่น่าแปลก ผ่านมาแล้ว กว่า 8 ปี  รถยนต์ใช้น้ำ ดังกล่าว กลับเงียบหายไป  



                Stan Meyer  ผู้ประดิษฐ์รถใช้น้ำ ต้องเสียชีวิตอย่างปริศนา  แสตน  เมเยอร์ เองคงจะรู้ตัวว่า ถูกคุกคาม เขาจึงได้ส่งข้อมูลต่างๆ  ลงอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะเสียชีวิต  ซึ่งค้นรายละเอียด ได้ที่













http://waterpoweredcar.com/stanmeyer.html      



             



Nikola Tesla ประดิษฐ์รถใช้ไฟฟ้าฟรี โปรเจคถูกยกเลิก   ค้นรายละเอียดได้ที่ http://waterpoweredcar.com/teslascar.html
             Herman P. Anderson ผู้ประดิษฐ์รถใช้น้ำก็ถูกห้ามเผยแพร่โดยกฏหมายอ้างว่ามี ปฏิกิริยาของ             กัมตภาพรังสี  ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
http://waterpoweredcar.com/herman.html

      ถ้ารถยนต์ใช้น้ำ ผลิตออกมาขาย ผู้เสียประโยชน์ ก็คือ กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมัน  เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้ง เทคโนโลยีดังกล่าว  แต่เมื่อถึงเวลานี้ เกิดวิกฤติราคาน้ำมัน สูงขึ้นทั่วโลก  ก็ควรที่จะถึงเวลาของเหล่ามวลมนุษยชาติ ต้องปลดแอกตัวเอง จากยุคพลังงานน้ำมัน เข้าสู่ ปฏิวัติสู่ยุคพลังงานสะอาด  เพื่อร่วมกันปกป้อง พิทักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม ซะที
ขอบคุณ ข้อมูลจาก Godzilla : http://dailygizmo.wordpress.com  http://www.autoworld.com/apps/news/FullStory.asp?id=670     (http://www.bmwworld.com/models/750hl.htm                          http://waterpoweredcar.com/stanmeyer.html                                   http://waterpoweredcar.com/teslascar.html                                       http://waterpoweredcar.com/herman.html



ค้นคว้าโดย :  ยรรยง  สินธุ์งาม         25  มิถุนายน  2551

post by ยรรยง สินธุ์งาม @18:12:31 | 229 views | read | 0 comments |  post comment



25 มิถุนายน 2551 18:08:18

รถยนต์พลังงานน้ำ    ( Water car )   ปฏิวัติสู่ยุคพลังงานสะอาด



ยรรยง  สินธุ์งาม


 


                วันนี้ ราคาน้ำมัน ดีเซล อยู่ที่ ลิตรละ 42.40  บาท  เบนซิน 41.55 บาท  แก็สโซฮอล์  37.95 บาทราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับขึ้นทุกวัน คาดการณ์กันว่า คงจะไปถึง ลิตรละ 50 บาทในไม่ช้า


                เมื่อ 16 มิถุนายน ที่ผ่านมา บริษัทในญี่ปุ่นชื่อว่า Genepax เผยโฉมรถยนต์ต้นแบบที่สามารถวิ่งได้ด้วยการ ใช้ “น้ำ” และ “อากาศ”  แทนน้ำมันเชื้อเพลิง


                หลักการของระบบการทำงาน คือ Water Engery System(WES) เป็นระบบเซลเชื้อเพลิง ที่สร้างพลังงานไฟฟ้าให้กับรถยนต์ด้วยการส่งผ่านน้ำ และอากาศเข้าไปยังขั้วไฟฟ้า ที่พัฒนาขึ้นใหม่ ชื่อว่า  Membrane Electrode Assembly (MEA) เซลเชื้อเพลิงนี้ มีวัสดุพิเศษที่สามารถแยกน้ำออกเป็นก๊าซไฮโดรเจนและก๊าซออกซิเจนได้ด้วยปฏิกิริยาเคมี ทาง บริษัทคาดว่า เทคโนโลยีนี้จะสามารถผลิตไฮโดรเจนจากน้ำ เพื่อนำไปใช้สร้างเป็นพลังงานไฟฟ้าได้นานกว่าเทคโนโลยีที่ใช้ในปัจจุบัน จุดเด่นที่เหนือกว่าก็คือ เทคโนโลยี WES ไม่ต้องมีการใช้ถังไฮโดรเจนที่รองรับแรงดันสูง หรือตัวเร่งปฏิกิริยาแต่อย่างใด  เซลไฟฟ้าแต่ละชั้นของ Genepax จะให้กำลังไฟฟ้าได้ 120 วัตต์ ซึ่งเมื่อใช้ทั้งระบบ จะให้กำลังไฟฟ้าได้สูงถึง 300 วัตต์ และเป้าหมายต่อไปก็คือ ระบบที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1 กิโลวัตต์ เพื่อไว้ใช้กับรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ต้นทุนในการผลิตเครื่องยนต์พลังน้ำสำหรับรถยนต์ของต้นแบบที่เห็นในข่าวนี้อยู่ที่ประมาณสองล้านเยน หรือ 620,000 บาท  ทางบริษัทคาดว่าจะสามารถผลิตได้ในราคา 500,000 เยน หรือประมาณ 155,000 บาท ถ้าผลิตในเชิงพานิชย์ ราคาจะถูกกว่านี้  


    รถยนต์ใช้น้ำ คิดค้นมานาน แต่ ถูกอิทธิพล ห้ามจำหน่าย


     เมื่อ 11 พฤษภาคม  2544  (May 11th 2000) บริษัท BMW ได้ทดสอบ


      รถต้นแบบ BMW 750hL  ที่ใช้น้ำเปล่า แทนน้ำมันเชื้อเพลิง  ทำการทดลองวิ่ง ที่ กรุงเบอร์ลิน  เยอรมันนี ระยะทาง มากกว่า 1 แสน กิโลเมตร โดยไม่พบปัญหาใดๆ และจะไปทำการทดลอง ในอีก 5 เมือง คือ  ดูไบ  , บรัสเซล , มิลาน , โตเกียว และ ลอสแองเจอลิส   ซึ่งรถยนต์ดังกล่าว ใช้เครื่องยนต์ขนาด 5.4 ลิตร  12 สูบ  เร่งความเร็ว จาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลา 9.6 วินาที  ความเร็วสูงสุด 226 กิโลเมตร/ชั่วโมง  ถัง ไฮโดรเจน 140 ลิตร ได้ระยะทางประมาณ  350 กิโลเมตร ( http://www.bmwworld.com/models/750hl.htm )  จากการโปรโมต อีกไม่กี่เดือน ทางบริษัท จะวางจำหน่าย  เป็นที่น่าแปลก ผ่านมาแล้ว กว่า 8 ปี  รถยนต์ใช้น้ำ ดังกล่าว กลับเงียบหายไป  


                Stan Meyer  ผู้ประดิษฐ์รถใช้น้ำ ต้องเสียชีวิตอย่างปริศนา  แสตน  เมเยอร์ เองคงจะรู้ตัวว่า ถูกคุกคาม เขาจึงได้ส่งข้อมูลต่างๆ  ลงอินเตอร์เน็ต ก่อนที่จะเสียชีวิต  ซึ่งค้นรายละเอียด ได้ที่







http://waterpoweredcar.com/stanmeyer.html      


             


Nikola Tesla ประดิษฐ์รถใช้ไฟฟ้าฟรี โปรเจคถูกยกเลิก   ค้นรายละเอียดได้ที่ http://waterpoweredcar.com/teslascar.html
             Herman P. Anderson ผู้ประดิษฐ์รถใช้น้ำก็ถูกห้ามเผยแพร่โดยกฏหมายอ้างว่ามี ปฏิกิริยาของ             กัมตภาพรังสี  ซึ่งความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น
http://waterpoweredcar.com/herman.html

      ถ้ารถยนต์ใช้น้ำ ผลิตออกมาขาย ผู้เสียประโยชน์ ก็คือ กลุ่มประเทศผู้ค้าน้ำมัน  เขาจึงทำทุกวิถีทางเพื่อยับยั้ง เทคโนโลยีดังกล่าว  แต่เมื่อถึงเวลานี้ เกิดวิกฤติราคาน้ำมัน สูงขึ้นทั่วโลก  ก็ควรที่จะถึงเวลาของเหล่ามวลมนุษยชาติ ต้องปลดแอกตัวเอง จากยุคพลังงานน้ำมัน เข้าสู่ ปฏิวัติสู่ยุคพลังงานสะอาด  เพื่อร่วมกันปกป้อง พิทักษ์โลก และสิ่งแวดล้อม ซะที
ขอบคุณ ข้อมูลจาก Godzilla : http://dailygizmo.wordpress.com  http://www.autoworld.com/apps/news/FullStory.asp?id=670     (http://www.bmwworld.com/models/750hl.htm                          http://waterpoweredcar.com/stanmeyer.html                                   http://waterpoweredcar.com/teslascar.html                                       http://waterpoweredcar.com/herman.html


ค้นคว้าโดย :  ยรรยง  สินธุ์งาม         25  มิถุนายน  2551

post by ยรรยง สินธุ์งาม @18:08:18 | 212 views | read | 1 comments |  post comment



5 มิถุนายน 2551 13:41:50

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน     Problem – based Learning   (PBL)

 


                                                                                                                 โดย  ยรรยง สินธุ์งาม


 


ความเป็นมา ของ PBL


                 


                แนวคิดในเรื่องของ การเรียนรู้ ที่นักจิตวิทยาทางการศึกษา นำมาเป็นประเด็นในการถกเถียงกันมีอยู่ 2 กลุ่ม  คือ 


                1.กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพฤติกรรมนิยม (Behaviorist learning)  ในกลุ่มนี้เชื่อว่า ความรู้มีอยู่มากมายในโลก  แต่ความรู้ที่สามารถถ่ายโยงมายังผู้เรียน อย่างเป็นรูปธรรม มีเพียงเล็กน้อย   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อมีการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้ากับการตอบสนอง   นักจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับกัน ในกลุ่มนี้  คือ  สกินเนอร์ (Skinner) 


                2.  กลุ่มทฤษฎีการเรียนรู้เชิงพุทธิปัญญานิยม (Cognitive learning theory)  มีความเชื่อว่า  ความรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างที่มีลักษณะเฉพาะ (particular structure)  กับสิ่งแวดล้อมทางจิตวิทยา (psychological  environment)   ของผู้เรียนแต่ละบุคคล   การเรียนรู้จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อผู้เรียนได้ปรับเปลี่ยนโลกภายในของตน โดยอาศัยกระบวนการปฏิสัมพันธ์ที่เกิดจากการรับความรู้ใหม่เข้าไปในสมอง หรือจากการปรับเปลี่ยนความรู้เก่าให้เข้ากับความรู้ใหม่   นักจิตวิทยาที่ได้รับการยอมรับแนวคิดมากที่สุดในกลุ่มนี้  คือ  เพียเจท์ (Piaget)


 


              ในปี ค..1990  สหรัฐอเมริกาได้ประกาศให้ทศวรรษต่อไปเป็น  ทศวรรษของสมองและทศวรรษของการศึกษา  (The decade of brain and the decade of education)   เนื่องมาจาก ผลการค้นคว้าวิจัยเรื่อง สมอง ทำให้นักการศึกษารู้ว่า สมองมนุษย์มีลักษณะเฉพาะ เป็นแหล่งเก็บ เป็นแหล่งกำเนิดของพฤติกรรม เป็นอวัยวะที่มีความสลับซับซ้อนมากที่สุด ในร่างกายมนุษย์  สมองของคนเราสามารถรับเรื่องราวที่เกิดจากการเรียนรู้ ได้ทุกอย่าง (receive all education)  และด้วยความแตกต่างกันของ สมอง  ส่งผลให้คนเรามีลักษณะของการเรียนรู้ (Learning style) ที่แตกต่างกัน  จึงทำให้  วิธีการเรียนรู้ของมนุษย์แต่ละคนมีความแตกต่างกันไป              ด้วยเช่นกัน


นอกจากการค้นคว้าในเรื่องสมองแล้ว สหรัฐอเมริกายังได้มีการศึกษาวิจัยเชิงปฏิบัติการเพื่อดูแนวโน้มและวิสัยทัศน์ของหลักสูตรที่เหมาะสมกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21  


ใช้กลุ่มตัวอย่าง 150 คน จากหลากหลายอาชีพ เช่น นักธุรกิจระดับชาติ  ผู้นำทางการศึกษา และตัวแทนจากรัฐบาล  เครื่องมือวิจัยสำหรับโครงการนี้ คือการใช้เทคนิค Delphi ในการศึกษา ระยะเวลาในการวิจัย 3 ปี     ในรายงานส่วนหนึ่งของวิลสัน (Wilson, 1991) สรุปไว้ว่า  การเตรียมนักเรียนให้พร้อมที่จะเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต  มีความจำเป็นที่จะต้องปลูกฝังให้นักเรียนมีทักษะการคิดแบบวิจารณญาณ และมีทักษะในการตัดสินใจ   นักเรียนต้องสามารถเข้าถึงข้อมูล  และสามารถปรับแปลงข้อมูลเพื่อใช้ในการแก้ปัญหาได้   โดยนักเรียนเหล่านี้ต้องมีลักษณะกล้าเสี่ยง  เป็นนักสำรวจ    และเป็นนักคิดที่รู้จักให้ความร่วมมือกับผู้อื่น รวมทั้งต้องมีการบูรณาการหลักสูตรเพื่อให้เกิดกิจกรรมแบบ


สหวิทยาการ (Inter displinary activity)  ด้วย


 


ต่อมาได้มีทฤษฎีการเรียนรู้ใหม่ ๆ เกิดขึ้นหลายทฤษฎี   ทฤษฎีการเรียนรู้ที่นักการศึกษาส่วนใหญ่ให้ความสนใจกันมากได้แก่ ทฤษฎีการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์นิยม (Constructivist learning theory)  ซึ่งมีแนวคิดที่สอดคล้องกับการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 มากที่สุด    ซึ่งในกลุ่มนี้มีความเชื่อว่า  การเรียนรู้จะเกิดขึ้น เมื่อผู้เรียนได้สร้างความรู้ที่เป็นของตนเองขึ้นมา จากความรู้ที่มีอยู่เดิม


หรือจากความรู้ที่รับเข้ามาใหม่    จากแนวคิดดังกล่าวจึงนำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิธีเรียน วิธีสอน แนวใหม่ ห้องเรียนในศตวรรษที่ 21  ครูไม่ใช่ผู้จัดการทุกสิ่งทุกอย่าง ผู้เรียนต้องได้ลงมือปฏิบัติเอง   สร้างความรู้ ที่เกิดจากความเข้าใจของตนเอง และมีส่วนร่วมในการเรียนมากขึ้น  (Active learning)  


รูปแบบการเรียนรู้ ที่เกิดจากแนวคิดนี้ มีอยู่หลายรูปแบบ   ได้แก่  การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative learning)    การเรียนรู้แบบช่วยเหลือกัน (Collaborative learning) การเรียนรู้โดยการค้นคว้าอย่างอิสระ (Independent   investigation method)  รวมทั้ง  การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน (Problem-based learning)