ความสุขมวลรวมประชาชาติชาติ : ข้อคิดจากประเทศภูฎาน
ประสาท? มีแต้ม
?
?
1. คำนำ
??????????? เมื่อกลางเดือนธันวาคม (2552) ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุม “สมัชชาสุขภาพแห่งชาติ” ในงานนี้ได้มีโอกาสฟังปาฐกถาจากประธานศูนย์ศึกษาประเทศภูฎาน คือ Dasho Karma Ura
??????????? ท่านบรรยายพร้อมนำเสนอด้วยเพาเวอร์พอยต์จำนวนกว่าร้อยแผ่น ?แต่ท่านมีเวลาพูดน้อยมากเมื่อเทียบกับเนื้อหาที่ทั้งมีความลึกซึ้งและทั้งกว้างขวางหลายมิติ? ในระหว่างการบรรยาย ถึงแม้ว่าจะมีล่ามแปลเป็นภาษาไทย แต่ผมเรียนตามตรงว่า “ผมตามไม่ทันครับ”
??????????? บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยมาพอสมควร ผมก็ยังไม่เห็นสื่อกระแสหลักสำนักใดได้นำเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากนี้มาเล่าใช้สาธารณะทราบเลย
??????????? หัวข้อที่ท่านบรรยายคือ “ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความสุขมวลรวมประชาชาติชาติ (Introduction to Gross National Happiness-GNH)”
?
?
?
?
??????????? หลังจากที่ผมได้ค้นคว้าหาเอกสารของท่านรวมทั้งเอกสารอื่น ๆ ?ผมจึงขออาสานำมาเล่าให้ท่านผู้อ่านทราบเป็นการเบื้องต้น ?อย่างน้อยก็เพื่อให้บางท่านได้มีโอกาสทราบแล้วช่วยกันค้นหาเพิ่มเติมมาสู่สังคมไทยในวงกว้าง ?หากผมเข้าใจอะไรผิดพลาดก็ต้องอภัยดัวยครับ
?
2. ทำไม จีดีพีจึงใช้วัดความสุขไม่ได้?
??????????? ในขณะที่ประเทศไทยนิยมวัดความก้าวหน้าในการพัฒนาประเทศโดยใช้จีดีพี (ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ-Gross National Products- หรือรายได้ประชาชาติตามนักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักของโลก) ท่านกรรมา อุระ (Karma Ura - คำว่า Dasho เป็นตำแหน่งอะไรสักอย่างซึ่งประธานที่ประชุมบอก) เห็นว่า จีดีพีไม่สามารถวัดสิ่งที่เป็นเชิงคุณภาพ เช่น ความสุขและความมีสวัสดิภาพที่ดี (well-being) ได้ ??นอกจากนี้ยังไม่สามารถวัดคุณค่าของการใช้ “เวลาว่าง” เช่น การชื่นชมงานศิลป์ เป็นต้น
??????????? สิ่งที่น่าคิดก็คือ จีดีพี ไม่นับรวมการทำงานที่ไม่ได้รับเงิน? เช่น งานแม่บ้าน ทำกับข้าว ล้างจาน ในครัวเรือนด้วย
??????????? เล่ามาถึงตรงนี้ ผมขอขยายความด้วยความคิดของ โจเซฟ สติกลิตซ์? นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ซึ่งได้ยกตัวอย่างให้เราเห็นความล้มเหลวของการยึดจีดีพีเป็นหลักว่า ถ้ามีการสลับแม่บ้านกันทำงานพร้อมกับจ่ายค่าจ้างให้กันและกัน จะทำให้จีดีพีของประเทศนั้นเพิ่มขึ้นเยอะเลย
??????????? ในประเด็นเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างความสุขกับจำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการทำงาน และรายได้ที่รับของคนในแต่ละวัย (ตั้งแต่น้อยกว่า 15 ปีจนถึงมากกว่า 75 ปี) ท่านกรรมา อุระ ได้นำเสนอให้เราต้องประหลาดใจว่า ในช่วงที่มีรายได้สูงสุดในชีวิตกลับเป็นช่วงที่คนมีความสุขน้อยที่สุด? ดังแสดงในกราฟข้างล่างนี้
?
?
?
?
?
??????????? จากกราฟเราจะเห็นว่า ในช่วงที่คนเรามีรายได้สูงสุดและมีชั่วโมงทำงานมากที่สุด(คือช่วงอายุ 36 ถึง 45 ปี) นั้น? เป็นช่วงที่ความสุขของคนเราน้อยที่สุด
??????????? เรื่องนี้ก็คล้าย ๆ กับประโยคที่คนค่อนไปทางวัยชราพูดกันบ่อย ๆ ว่า “ตอนที่ผมอยากกิน ผมไม่มีเงินพอจะซื้อ แต่พอถึงตอนที่ผมมีเงินซื้อ หมอบอกว่ากินไม่ได้”
?
3. ?องค์ประกอบหลัก 9 ด้านของจีเอ็นเอช (GNH)
??????????? เท่าที่ผมค้นเจอพบว่า แนวคิดเกี่ยวกับความสุขมวลรวมประชาชาติของประเทศภูฎาน(ประเทศเล็ก ๆ ที่มีประชากรประมาณ 6 แสนคน อยู่ทางเหนือประเทศอินเดียแต่ใต้ประเทศจีน) ได้ริเริ่มมาประมาณ 37 ปีมาแล้ว เพื่อที่จะพยายามให้ความหมายเกี่ยวกับคุณภาพชีวิตของชาวภูฎาน แต่เพิ่งมาประกาศใช้เป็นดัชนีชีวัดอย่างเป็นทางการเมื่อปลายปี 2551 ในสมัยพระมหากษัติย์หนุ่มที่คนไทยเราให้ชื่นชมในพระราชจริยวัติเป็นอย่างมาก (His Majesty Jigme Khesar Namgyel ?Wangchuck)
??????????? ในสังคมไทย
??????????? องค์ประกอบทั้ง 9 ด้าน (โดเมน) พร้อมระดับความสำคัญที่วัดเป็นร้อยละที่ส่งผลต่อความสุข (เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย) ได้แสดงไว้ในตาราง
|
องค์ประกอบ
|
ร้อยละ
|
|
1. การใช้เวลา (Time-use)
|
13
|
|
2. ธรรมาภิบาล (Good governance)
|
12
|
|
3. สุขภาพ (Health)
|
12
|
|
4. วัฒนธรรมธรรม (Culture)
|
12
|
|
5. ความเข้มแข็งของชุมชน (Community vitality)
|
12
|
|
6. มาตรฐานการดำเนินชีวิต (Living standards)
|
11
|
|
7. ความรู้สึกมีสวัสดิภาพ (Psychological wellbeing)
|
11
|
|
8. นิเวศวิทยา (Ecology)
|
10
|
|
9. การศึกษา (Education)
|
7
|
|
รวม
|
100
|
?
??????????? ?
??????????? 
?
?
?
?
?
?
?
?
|