Home การเมือง โรคจีดีพี ถ้าไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร?
 
Increase Font Size Option 5 Reset Font Size Option 5 Decrease Font Size Option 5
  

06
Feb
2010

โรคจีดีพี ถ้าไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่ เขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร? (อ่าน :321 ครั้ง) Print E-mail

ปัญหาเรื่องจีดีพี. . . ถ้าไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่? เขาจะตอบคำถามนี้อย่างไร?

ประสาท? มีแต้ม

?

??????????? เคยมีคนไปถาม อัลเบิร์ต? ไอน์สไตน์? นักวิทยาศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ว่า

?

ท่านคิดว่าสิ่งประดิษฐ์ใดของมนุษย์ที่มีอำนาจในการทำลายล้างมากที่สุด”??

?

ผู้ถามคงจะคาดหวังว่าไอน์สไตน์น่าจะตอบว่า ระเบิดนิวเคลียร์ เพราะเขามีส่วนเกี่ยวข้องในการประดิษฐ์คิดค้นอยู่ด้วยไม่มากก็น้อย? แต่ไอน์สไตน์กลับตอบว่า สูตรดอกเบี้ยทบต้น

??????????? เราไม่ทราบว่า คำถามนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ. ใด ทราบแต่ว่า ท่านเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1955

??????????? ที่ผมนำเอาปีที่ท่านเสียชีวิตมากล่าวถึงในที่นี้ก็เพราะว่าจะนำเข้าสู่หัวข้อที่กล่าวถึงในที่นี้ คือ ปัญหาจีดีพี หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (Gross?Domestic ?Product)

??????????? ตามประวัติที่ค้นได้ (จาก google) พบว่า ผู้ที่คิดประดิษฐ์เรื่องจีดีพีคือนักเศรษฐศาสตร์ชาวสหภาพโซเวียตรัสเซียที่อพยพตามพ่อแม่ไปอยู่สหรัฐอเมริกาเมื่อ ค.ศ. 1922 ขณะที่มีอายุได้ 21 ปี? เขาผู้นี้ชื่อ ?Simon Kuznets???????????????????????????????????????? ??????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????????

??????????? ช่วงเวลาที่ Kuznets พัฒนาแนวคิดนี้ก็ประมาณปี ค.ศ. 1940 และสหรัฐอเมริกาได้เริ่มนำแนวคิดนี้ไปใช้วัดความก้าวหน้าของการพัฒนาประเทศในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง (ค.ศ. 1945) เป็นต้นมา และต่อมาประเทศต่างๆ เกือบทั่วโลกก็ได้นำ สิ่งประดิษฐ์เรื่องจีดีพี ไปใช้รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย

??????????? ด้วยเหตุนี้ ในปี ค.ศ. 1971 ?(ซึ่งไอน์สไตน์ได้เสียชีวิตไปแล้วถึง 16 ปี) Simon Kuznets ??ก็ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์

?

??????????? วิกีพีเดีย (ภาคภาษาไทย) ได้ให้ความหมายของจีดีพีว่า หมายถึง มูลค่าตลาดของสินค้าและบริการขั้นสุดท้ายที่ถูกผลิตภายในประเทศในช่วงเวลาหนึ่งปี โดยไม่คำนึงว่าผลผลิตนั้นจะผลิตขึ้นมาด้วยทรัพยากรของชาติใด

?

??????????? วิธีการวัดจีดีพีมี 2 วิธี คือ (1) วัดจากรายจ่ายที่จ่ายให้สินค้าและบริการขั้นสุดท้าย และ (2) ?การวัดรายได้ที่ได้จากการขายสินค้าและบริการขั้นสุดท้าย

??????????? ในบทความนี้เราจะไม่ลงในรายละเอียดนะครับ แต่โดยสรุปก็คือมีการแปลงทุกภาคส่วนที่มีการผลิตแล้วเกิดรายได้ออกมาเป็นตัวเงินตัวเลขเดียวเพื่อสะท้อนความก้าวหน้าของแต่ละประเทศ

??????????? เช่น ?ในปี? 2549? จีดีพีของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่น เท่ากับ 13.2 และ 4.3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐซึ่งมากเป็นอันดับ 1 และ 2 ของโลกตามลำดับ

นอกจากนี้จีดีพียังใช้เปรียบเทียบขนาดทางเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ? เช่น ประเทศไทยเรามีจีดีพี (ในปี 2549) เท่ากับ 0.21 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งใหญ่เป็นอันดับที่ 35 ของโลก ในขณะที่จำนวนประชากร(ในปี 2551) ของเรามากเป็นอันดับที่ 21 ของโลก

??????????? เมื่อมองเพียงแค่นี้ สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าจีดีพี ก็เป็นสิ่งที่ดีที่ให้ความรู้ความเข้าใจต่อประเทศนั้น ๆ ได้เป็นอย่างดี ??สมควรแล้วที่ผู้คิดคือ? Kuznets? ได้รับรางวัลโนเบล เพราะมีคนนำเครื่องมือนี้ไปใช้ได้อย่างกว้างขวางเกือบทุกประเทศทั่วโลก

??????????? นับประสาอะไรกับรางวัลโนเบล (สาขาสันติภาพปีล่าสุด-2009) ที่เป็นเพียงแค่แนวคิดเท่านั้นยังไม่มีการปฏิบัติจริง (ความจริงปฏิบัติในทางตรงกันข้ามเสียด้วยซ้ำ คือส่งทหารไปเพิ่มในอัฟกานิสถานถึง 3 หมื่นคน) ก็ได้รับรางวัลโนเบลแล้ว

??????????? แต่ปัญหาของ สิ่งประดิษฐ์ที่เรียกว่าจีดีพี คือประสบกับความล้มเหลวที่จะตอบคำถามต่อไปนี้? เช่น?? วัดความแตกต่างเชิงคุณภาพของคนในชาติ? เช่น วัดความสุข? ความเท่าเทียมกัน ไม่ได้ ใช้วัดความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติไม่ได้ ?รวมทั้งใช้วัดการใช้เวลาของคนในกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ได้ เช่น การทำงานบ้านของแม่บ้าน การดูแลเด็กและคนชรา ไม่สนใจว่าต้องไปขับรถแท็กซี่เพื่อหารายได้เสริมจากงานประจำที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง เป็นต้น

สิ่งเหล่านี้ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งสำคัญของความเป็นมนุษย์ แต่ก็ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของจีดีพี

ในทางตรงกันข้าม ?นอกจากสิ่งดี ๆ ดังกล่าวไม่ได้รับการคิดรวมในจีดีพีแล้ว นักการเมืองยังยึดเอาจีดีพีเป็นสรณะอย่างปราศจากเหตุผลโดยไม่ลืมหูลืมตา หรือจัดเป็นพวก? GDP Fetishism

เราคงจำกันได้ ในขณะที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี? เมื่อได้รับรายงานการคาดการณ์จากข้าราชการประจำว่าอัตราการเพิ่มของจีดีพีอยู่ในระดับที่ไม่สูงนัก ?ท่านนายกฯก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ หลังจากนั้นก็มีการปรับตัวเลขให้สูงขึ้น

เร็ว ๆ นี้ หลังได้รับการโปรดเกล้าให้รับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ดร.ไตรรงค์? สุวรรณคีรี นักเศรษฐศาสตร์ระดับด๊อกเตอร์ ก็ประกาศว่า เร่งเครื่องส่งออก คุมราคาน้ำมัน-ดอกเบี้ย แก้มาบตาพุดให้จีดีพีของไทยปี 2553 ขยายตัว 3-4% ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก

ทั้งๆ ที่ท่านทราบดีว่า นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ สินค้าที่ส่งออกส่วนมากก็มีแต่ค่าแรงงานเท่านั้นที่เป็นของคนไทย ?แต่กลับทิ้งปัญหามลพิษทั้งทางอากาศ น้ำ ดินไว้กับประเทศไทยดังที่เป็นข่าวอยู่เป็นประจำ

เท่านั้นยังไม่พอ ท่านรองไตรรงค์ ยัง ปลุกผีเซาเทิร์นซีบอร์ด วาดฝันลงขัน 1 ล้านล้านปั้นเศรษฐกิจยาว 30 ปี(ไทยรัฐออนไลน์)???????????????????????????????????????????????????????????

ท่านไตรรงค์ครับ ผมเห็นด้วยกับท่านมากเลยว่า ถึงเวลาแล้วที่ประเทศเราต้องคิดถึงกาลไกล ๆ นาน ๆ เป็น 30 ปีอย่างที่ท่านว่า? แต่ ณ วันนี้ รัฐบาลของท่านจะอยู่ได้สักกี่วันก็ยังไม่มีใครตอบได้

ในขณะที่นักการเมืองเป็นโรค GDP Fetishism ประชาชนทั่วไปก็ถูกนักการเมืองโฆษณาชวนเชื่อให้หลงตามกันไปด้วย คือเชื่อแต่ตัวเลขรายได้เฉลี่ยโดยไม่สนใจการกระจายรายได้และปัจจัยสิ่งแวดล้อมทั้งชุมชนและระบบธรรมาภิบาลของรัฐ? เป็นต้น

จะมีใครทราบบ้างไหมหนอว่า ตลอดระยะเวลาที่ประเทศเราเข้าไปสู่ โรคจีดีพีแหล่งน้ำจืดของประเทศไทยเรามีค่าออกซิเจนละลายน้ำต่ำที่สุดในโลกจากบรรดา 141 ประเทศทั่วโลก (ข้อมูลนี้อยู่ใน ?nationmaster.com ซึ่งอ้างถึงข้อมูลจาก UNEP- หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ)

นั่นแปลว่า กุ้ง หอย ปู ปลา ที่เป็นอาหารโปรตีนสำคัญของผู้คนก็ต้องรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องและลดจำนวนน้อยลง นอกจากชาวประมงพื้นบ้านจะมีรายได้ลดลงแล้ว ต้นทุนในการหาปลาก็เพิ่มขึ้นด้วย

ในด้านมลพิษ เฉพาะคนในครอบครัวของลุงน้อย ชาวบ้านตำบลมาบตาพุด จ. ระยอง? ครอบครัวเดียวมีผู้ป่วยเป็นมะเร็งถึง 5 คน ในจำนวนนี้หลายคนเสียชีวิตไปแล้ว

ในการประชุมเรื่องสภาวะโลกร้อน (Global warming) เมื่อปลายปี 2552 ที่ประเทศเดนมาร์ก พบว่าประเทศต่าง ๆ ไม่สามารถตกลงกันได้ว่าจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงร้อยละเท่าใด

เหตุผลที่ตกลงกันไม่ได้ก็เพราะว่า ประเทศที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกคือ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น จีน ไม่ยอมลด

ที่ไม่ยอมลดก็เพราะกลัวว่าจะทำให้อัตราการเพิ่มของจีดีพีของประเทศตนลดลง

เห็นไหมครับว่า จีดีพีมันทรงอิทธิพลในด้านที่ขัดขวางความอยู่ดีกินดีมีสุขของชาวโลกมากแค่ไหน

กลับมาที่คำถามที่ อัลเบิร์ติ ไอน์สไตน์ ถูกถามอีกครั้งครับ

จากลำดับเหตุการณ์ปี ค.ศ. ที่กล่าวมาแล้ว ในวันนั้นโลกของเรายังไม่มีปัญหาสภาวะโลกร้อนเท่าทุกวันนี้? ชาวโลกยังไม่ค่อยเห็นอิทธิฤทธิ์ของจีดีพี เพราะยังเพิ่งเป็นหน่ออ่อน ๆ อยู่ ยังไม่มากกว่าหรือเท่ากับ Threshold value (ค่าคงตัวที่ยังไม่เห็นปรากฏการณ์จนกว่าจะเลยค่านี้ไปก่อน - เป็นคำที่ไอน์สไตน์อธิบายทฤษฎีที่เขาได้รับรางวัลโนเบลเช่นเดียวกัน)

ถ้าไอน์สไตน์ยังมีชีวิตอยู่ถึง ค.ศ. 2010 ท่านน่าจะตอบคำถามเดิมว่า

สิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่มีอำนาจในการทำลายล้างมากที่สุดมี 2 อย่าง คือ สูตรดอกเบี้ยทบต้น กับ จีดีพี? อย่างแรกจะมีอำนาจทำลายเป็นรายบุคคลเป็นส่วนใหญ่ ?แต่อย่างหลังนี้มันทำลายทั้งโลกเลย

?

?

?

?

?

?

?

?

Comments
Search
Only registered users can write comments!

3.25 Copyright (C) 2007 Alain Georgette / Copyright (C) 2006 Frantisek Hliva. All rights reserved."

Last Updated on Saturday, 06 February 2010 03:10
 

Joomla! is Free Software released under the GNU/GPL License.